วันที่ 20 กุมภาพันธ์ หน่วยงานความมั่นคงจีนได้คุมตัวผู้ต้องสงสัยสัญชาติจีนชุดแรก 200 รายในคดีฉ้อโกงทางไซเบอร์ที่เมียวดีกลับประเทศจีนผ่านประเทศไทย โดยเครื่องบินเช่าเหมาลำของสายการบินพลเรือนจีนซึ่งลงจอดที่สนามบินนานาชาตินานกิง มณฑลเจียงซู ปฏิบัติการนี้ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญในความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างจีน เมียนมาร์และไทย และแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสามประเทศในการร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น การฉ้อโกงทางไซเบอร์ เพื่อร่วมกันรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค

ตามที่สถานการณ์การก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ในเขตเมียวดีของเมียนมาร์และเกี่ยวข้องกับจีนได้เพิ่มความรุนแรงยิ่งขึ้น กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนจึงได้เพิ่มความเข้มข้นของการร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในเมียนมาร์และไทยเพื่อร่วมกันปราบปรามผู้กระทำผิดอย่างหนัก ทำให้ช่วงปลายเดือนมกราคมปีนี้ ด้วยการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากสถานทูตและสถานกงสุลของจีนทั้งในประเทศไทยและเมียนมาร์ กระทรวงความมั่นคงสาธารณะได้ส่งคณะทำงานไปยังประเทศไทยและเมียนมาร์เพื่อพูดคุยหารือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศหลายรอบ จนได้ข้อสรุปร่วมกันในการเพิ่มความเข้มข้นของการบังคับใช้กฎหมายไตรภาคีระหว่างจีน เมียนมาร์และไทย การจัดตั้งกลไกความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งอาชญากรรมร่วมกัน และการร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น การฉ้อโกงทางไซเบอร์ และการค้ามนุษย์ เป็นต้น
เมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจจากจีน เมียนมาร์และไทยได้เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ในเขตเมียวดี ฝ่ายไทยได้ดำเนินมาตรการตัดไฟ อินเตอร์เน็ต และน้ำมัน อีกทั้งเพิ่มการลาดตระเวนและการควบคุมชายแดน เพื่อปิดช่องทางการลักลอบผ่านแดนและการหลบหนีของผู้ต้องสงสัย ฝ่ายเมียนมาร์ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและทะลายแหล่งก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ในเมียวดี โดยได้จับกุมผู้ต้องสงสัยและช่วยเหลือเหยื่อชาวจีนที่ถูกกักขัง ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและความพยายามร่วมกันของทั้งสามฝ่าย ทำให้การปราบปรามดังกล่าวมีความคืบหน้าอย่างมาก โดยมีผู้ต้องสงสัยจำนวนมากในเขตเมียวดีถูกจับคุม และในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ฝ่ายเมียนมาร์ได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัยชาวจีนชุดแรกจำนวน 200 คนมายังแม่สอดของไทย โดยกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนได้มอบหมายให้หน่วยงานความมั่นคงสาธารณะมณฑลเจียงซูดำเนินการเช่าเหมาลำเพื่อคุมตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกลับประเทศจีน
ตามกำหนดการ คาดว่าจะมีผู้ต้องสงสัยชาวจีนในคดีฉ้อโกงทางไซเบอร์อีกกว่า 800 รายทยอยถูกคุมตัวกลับประเทศจีน นอกจากนี้ ผู้ต้องสงสัยสำคัญอีก 10 รายที่เกี่ยวข้องกับการหลอกนายหวัง และอื่นๆ ให้เดินทางไปต่างประเทศ ก่อนจะขาดการติดต่อและพบว่าถูกกักขัง ก็ถูกตำรวจไทยจับกุมและส่งตัวให้หน่วยงานความมั่นคงของจีนและเดินทางถึงประเทศจีนแล้วเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงความมั่นคงสาธารณะกล่าวว่า อาชญากรรมทางไซเบอร์กลายเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับการปราบปรามในทั่วโลก ประเทศต่างๆจำเป็นต้องเพิ่มความร่วมมืออย่างเข้มข้น จีน เมียนมาร์และไทยจะร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานความมั่นคงสาธารณะจะกระชับความร่วมมือเชิงรูปธรรมกับประเทศต่างๆ เพิ่มมากขึ้น จะพยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่กักขัง จับกุมตัวการใหญ่และกวาดล้างแหล่งอาชญกรรมาทางไซเบอร์อย่างเด็ดขาด เพื่อกดดันอาชญากร ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพลเมืองจีนอย่างมีประสิทธิภาพ