Home > การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีอนุทิน
แถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยการร่วมสร้างประชาคมจีน–ไทยที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อความเจริญรุ่งเรือง
2026-07-22 11:01

1. ตามคำเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16–20 กรกฎาคม 2569

ในระหว่างการเยือน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ให้การต้อนรับและพบหารือกับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ขณะที่นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรี และนายจ้าว เล่อจี้ ประธานคณะกรรมาธิการถาวรแห่งสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน ได้หารือและพบปะกับนายกรัฐมนตรีอนุทินตามลำดับ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีอนุทินยังได้เดินทางไปยังนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อเข้าร่วมการประชุม World Artificial Intelligence Conference 2026 (WAIC 2026)

2. ผู้นำของทั้งสองประเทศแสดงความพึงพอใจต่อพัฒนาการเชิงบวกของความสัมพันธ์จีน–ไทย และเห็นพ้องว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจและความเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งสองฝ่ายย้ำว่า ในโอกาสที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางเยือนประเทศไทยครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปี 2565 ผู้นำของทั้งสองประเทศได้ตกลงร่วมกันสร้าง ประชาคมจีน–ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน ซึ่งมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น และยั่งยืนยิ่งขึ้น อันถือเป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี ได้เสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการในฐานะการเยือนระดับรัฐเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งได้ช่วยกระชับมิตรภาพอันลึกซึ้งที่มีมายาวนานระหว่างสองประเทศและประชาชนของทั้งสองฝ่ายให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมกันผลักดันให้การสร้างประชาคมจีน–ไทยที่มีอนาคตร่วมกันในช่วง 50 ปีข้างหน้า บรรลุผลสำเร็จเชิงรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยจะรักษาการติดต่อระดับสูงอย่างใกล้ชิด เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาล สถาบันนิติบัญญัติ และหน่วยงานต่าง ๆ ของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงจัดตั้ง กลไกการหารือเชิงยุทธศาสตร์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีน–ไทย (2+2) เพื่อเสริมสร้างการประสานงานและการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน

3. ทั้งสองฝ่ายยืนยันอีกครั้งว่าจะสนับสนุนซึ่งกันและกันในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หลักและข้อห่วงกังวลสำคัญของแต่ละฝ่าย ฝ่ายจีนย้ำถึงการเคารพในเอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย พร้อมสนับสนุนประเทศไทยอย่างมั่นคงในการพิทักษ์อธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ด้านการพัฒนา ฝ่ายไทยยืนยันการยึดมั่นในนโยบาย จีนเดียว อย่างแน่วแน่ โดยยอมรับว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งที่มิอาจแบ่งแยกได้ของดินแดนจีน และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมายเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นตัวแทนของประเทศจีนทั้งหมด ฝ่ายไทยสนับสนุนภารกิจการรวมชาติของจีนโดยสันติอย่างมั่นคง และไม่สนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อ "เอกราชไต้หวัน" ไม่ว่ารูปแบบใด ทั้งยังสนับสนุนนโยบาย "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ของจีน

4. ท่ามกลางความท้าทายของโลกในปัจจุบันและความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงความสำคัญของการธำรงไว้ซึ่งพหุภาคีนิยมบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และจะกระชับความร่วมมือที่มุ่งสู่อนาคต มีความยืดหยุ่น ครอบคลุม และยั่งยืน เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบการค้าพหุภาคีที่เปิดกว้างและตั้งอยู่บนกฎกติกา พร้อมจะเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า เทคโนโลยี และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่มั่นคงและมีความยืดหยุ่น อันจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่การพัฒนาประเทศสมัยใหม่ของทั้งสองฝ่าย

ทั้งสองฝ่ายจะขยายการเปิดตลาด ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในประเทศ สนับสนุนการลงทุนที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับของประเทศเจ้าบ้าน เพื่อผลักดันการเติบโตของการค้าทวิภาคี และเห็นพ้องที่จะเร่งจัดทำ แผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยแผนพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าจีน–ไทย ระยะ 5 ปี ฉบับถัดไป ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ทั้งสองฝ่ายตกลงเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และภาคการวิจัย (IUR) เพื่อร่วมกันยกระดับความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ และความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน โดยจะขยายความร่วมมือด้านแพลตฟอร์มการวิจัยร่วม การพัฒนาบุคลากรและวิสาหกิจเทคโนโลยีเกิดใหม่ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างระบบนิเวศของห่วงโซ่อุปทานที่ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งสองฝ่ายชื่นชมการลงนาม พิธีสารยกระดับ ‘เขตการค้าเสรีจีน–อาเซียน 3.0’ เมื่อเดือนตุลาคม 2568 และจะร่วมกันผลักดันให้พิธีสารดังกล่าวมีผลใช้บังคับโดยเร็ว พร้อมเห็นพ้องที่จะใช้ประโยชน์จาก ความตกลงการค้าเสรีจีน–อาเซียน พิธีสารที่เกี่ยวข้อง และ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) อย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

ฝ่ายจีนยินดีร่วมกับฝ่ายไทยและทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน ข้อริเริ่มกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาสีเขียว เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว ตลอดจนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทั้งสองฝ่ายตกลงกระชับความร่วมมือด้านศุลกากรดิจิทัล ศึกษาแนวทางการพัฒนาศุลกากรอัจฉริยะ เสริมสร้างการเชื่อมโยงกฎระเบียบ การพัฒนาศักยภาพ ระบบหน้าต่างเดียว (Single Window) และความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายในการปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าผิดกฎหมาย ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าความร่วมมือภายใต้ คณะกรรมการวิชาการร่วมด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) ระหว่างจีนและไทยอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายจีนยินดีต้อนรับความประสงค์ของฝ่ายไทยในการเข้าร่วมกลไกความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางอาหารภายใต้กรอบ หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง และพร้อมร่วมกันยกระดับขีดความสามารถด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยอาหาร รวมถึงขยายการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง

ทั้งสองฝ่ายตกลงส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าดิจิทัล และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กระชับการแลกเปลี่ยนด้านการกำกับดูแลดิจิทัลและการกำหนดมาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

การใช้กลไกระงับข้อพิพาทในระดับสากล เช่นความตกลงการค้าเสรีและกลไกแก้ไขข้อพิพาทที่ไม่ใช้การฟ้องร้องดำเนินคดีอย่างเหมาะสม มีความสำคัญต่อการสร้างบรรยากาศการลงทุนที่มีเสถียรภาพและสามารถคาดการณ์ได้ ฝ่ายจีนสนับสนุนการที่ประเทศไทยยื่นขอจัดตั้งสำนักงานใหญ่ของ ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านการระงับข้อพิพาทการลงทุนระหว่างประเทศ ภายใต้คณะกรรมาธิการกฎหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (UNCITRAL)

5. ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ได้สร้างโอกาสใหม่อันมหาศาลให้แก่ทั้งสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรม ส่งเสริมการพัฒนา กำลังการผลิตคุณภาพใหม่ (New Quality Productive Forces) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งสองฝ่ายตกลงใช้ประโยชน์จากกลไกคณะกรรมการร่วมด้านความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างจีน–ไทยอย่างเต็มที่ เสริมสร้างการประสานนโยบายด้านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และขยายความร่วมมือในสาขาสุขภาพ ภูมิสารสนเทศ การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการขจัดความยากจน เทคโนโลยีการเกษตร และวัสดุขั้นสูง ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผลักดันความสำคัญของการถ่ายทอดและประยุกต์ใช้ผลงานวิจัย โดยจะกระชับความร่วมมือด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์สมัยใหม่ อาหารแห่งอนาคต การบินและเทคโนโลยีอวกาศ เทคโนโลยีควอนตัม พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมชีวภาพ

ฝ่ายไทยแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของจีนในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม World Artificial Intelligence Conference 2026 (WAIC 2026) และการประชุมระดับสูงว่าด้วยธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์โลก พร้อมทั้งยินดีต่อข้อริเริ่มของจีนในการจัดตั้ง องค์การความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์โลก (World Artificial Intelligence Cooperation Organization) ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและธรรมาภิบาลระดับโลกด้านปัญญาประดิษฐ์ เพื่อส่งเสริมให้ปัญญาประดิษฐ์ก่อประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง

ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ยกระดับและปรับทักษะแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพของภาคการผลิต โดยฝ่ายไทยยินดีขยายความเป็นหุ้นส่วนด้านการลงทุนกับฝ่ายจีนในระยะยาวอย่างยั่งยืน และส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อุตสาหกรรมนวัตกรรม และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานแบบบูรณาการ

6. การยกระดับการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและการเติบโตร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายตกลงเร่งรัดการก่อสร้าง โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 พร้อมกำหนดรูปแบบความร่วมมือสำหรับโครงการระยะที่ 2 และผลักดันให้สามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างระยะที่ 2 ได้โดยเร็ว นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงเสริมสร้างการเชื่อมโยงด้านระบบรางและโครงข่ายถนน รวมทั้งปรับปรุงขั้นตอนการผ่านแดน พิธีการศุลกากร และการตรวจสอบและกักกันสินค้าให้มีความสะดวกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

7. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างคณะผู้แทนทางทหาร ขยายความร่วมมือด้านการฝึกร่วม การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การเสริมสร้างขีดความสามารถ การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ ตลอดจนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ และร่วมสำรวจแนวทางความร่วมมือเพื่อรับมือภัยคุกคามความมั่นคงรูปแบบใหม่

ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าจะยึดมั่นในหลักการ "ไม่ยอมให้มีการกระทำผิดโดยเด็ดขาด" (Zero Tolerance) ต่อการค้ามนุษย์ การฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและเครือข่ายออนไลน์ การลักลอบค้ายาเสพติด การพนันผิดกฎหมาย การฟอกเงิน และอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ เพื่อร่วมกันคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ

ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อข้อเสนอของฝ่ายไทยในการจัดตั้ง หุ้นส่วนระดับโลกเพื่อการปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ (Global Partnership against Online Scams) และการออก ปฏิญญาร่วมกรุงเทพฯ (Bangkok Joint Declaration) รวมถึงข้อริเริ่มของฝ่ายจีนในการจัดตั้ง พันธมิตรระหว่างประเทศเพื่อการปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและเครือข่ายออนไลน์ เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ

ทั้งสองฝ่ายจะเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม รวมถึงความร่วมมือด้านการส่งผู้ร้ายข้ามแดนและการช่วยเหลือทางอาญาระหว่างประเทศ เพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ

8. เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมทักษะวิชาชีพ ตลอดจนทักษะด้านดิจิทัลและภาษา ฝ่ายจีนยินดีต้อนรับประเทศไทยในฐานะแขกเกียรติยศของ CHINA ANNUAL CONFERENCE & EXPO FOR INTERNATIONAL EDUCATION ครั้ง 27 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือระดับท้องถิ่น ใช้ประโยชน์จากกลไกเมืองพี่เมืองน้อง จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเป็นประจำ และส่งเสริมการเยือนระหว่างคณะผู้แทนของทั้งสองฝ่าย

ทั้งสองฝ่ายตกลงให้เรื่อง ความปลอดภัยและความสะดวกสบาย เป็นเรื่องสำคัญสูงสุดสำหรับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว พร้อมให้ความสำคัญต่อความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาระหว่างสองประเทศ โดยเห็นว่าความตกลงดังกล่าวได้อำนวยความสะดวกต่อการเดินทางของประชาชนทั้งสองฝ่าย และพร้อมหารือเกี่ยวกับการเพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศ

ทั้งสองฝ่ายตกลงส่งเสริมความร่วมมือด้านสื่อมวลชน การเผยแพร่ข่าวสาร การตีพิมพ์ การกระจายเสียง และแพร่ภาพทางโทรทัศน์ ร่วมกันต่อต้านข่าวปลอมและข้อมูลเท็จ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างสองประเทศและประชาชนของทั้งสองฝ่าย

ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นในการร่วมรับมือกับความท้าทายด้านสาธารณสุข โดยจะขยายความร่วมมือด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ การเตรียมพร้อมและรับมือโรคระบาด ตลอดจนการแพทย์แผนดั้งเดิม

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมสำรวจความร่วมมือด้าน เศรษฐกิจผู้สูงอายุ (Silver Economy) เพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ9. ทั้งสองฝ่ายตกลงเสริมสร้างความร่วมมือด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเล การควบคุมมลพิษทางอากาศและทางน้ำ และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด

ทั้งสองฝ่ายยังตกลงเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านระบบเตือนภัยล่วงหน้า การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ

10. ฝ่ายจีนสนับสนุนประเทศไทยและกัมพูชาในการธำรงไว้ซึ่งข้อตกลงหยุดยิงที่บรรลุในการประชุมพิเศษครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ร่วมกันดำเนินการตามฉันทามติที่บรรลุจากการพบหารือที่เมืองฝูเซียน และเดินหน้าแก้ไขความเห็นต่างผ่านการเจรจาและการปรึกษาหารือทวิภาคี เพื่อค่อย ๆ ฟื้นฟูความไว้วางใจระหว่างกัน

จีนและไทยมีผลประโยชน์ร่วมและจุดยืนที่สอดคล้องกันในกิจการระหว่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายยืนยันการธำรงไว้ซึ่งระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นแกนกลาง และระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมร่วมกันพิทักษ์หลักนิติธรรม ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และผลักดันสันติภาพ ความมั่นคง การพัฒนาอย่างยั่งยืน ความเสมอเภค ความยุติธรรม ประชาธิปไตย และเสรีภาพในระดับโลก

ฝ่ายไทยชื่นชมและยินดีต่อ ข้อริเริ่มระดับโลกทั้งสี่ประการ ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเสนอ โดยเห็นว่าข้อริเริ่มดังกล่าวสะท้อนถึงการยึดมั่นในพหุภาคีนิยม และทั้งสองฝ่ายพร้อมเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อรับมือกับความท้าทายร่วมกันและผลักดันการพัฒนาประเทศสู่ความทันสมัย

ทั้งสองฝ่ายตกลงกระชับการประสานงานภายใต้กรอบสหประชาชาติ องค์การการค้าโลก (WTO) เอเปค (APEC) การประชุมว่าด้วยความร่วมมือแห่งเอเชีย (ACD) ความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจสามลุ่มน้ำ (ACMECS)

ฝ่ายไทยสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการที่จีนเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคอย่างไม่เป็นทางการ ประจำปี 2569 และหวังว่า "ปีแห่งเอเปคของจีน" จะประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม ฝ่ายจีนชื่นชมบทบาทสำคัญของประเทศไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ขณะที่ฝ่ายไทยสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการที่จีนเป็นเจ้าภาพการประชุม ESCAP สมัยที่ 83 โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การประชุมประสบผลสำเร็จ

ฝ่ายไทยยินดีต่อการริเริ่มจัดตั้ง องค์การระหว่างประเทศเพื่อการไกล่เกลี่ย (International Organization for Mediation) ของจีน โดยเห็นว่าองค์การดังกล่าวจะมีบทบาทเชิงบวกในการระงับข้อพิพาทโดยสันติ และพร้อมลงนามใน อนุสัญญาว่าด้วยการจัดตั้งองค์การระหว่างประเทศเพื่อการไกล่เกลี่ย โดยเร็ว

11. ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นในการธำรงไว้ซึ่งโครงสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เปิดกว้างและครอบคลุม พร้อมสนับสนุนบทบาทความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในภูมิภาคที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองประเทศจะร่วมกันสร้างประชาคมจีน–อาเซียนที่มีสันติภาพ ความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง ความงดงาม และเป็นมิตร ส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างจีนกับอาเซียน และร่วมสร้างประชาคมจีน–อาเซียนที่มีอนาคตร่วมกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ทั้งสองฝ่ายย้ำถึงการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ มุ่งมั่นแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี และจะร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ เพื่อผลักดันการปฏิบัติตาม ปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (DOC) อย่างเต็มรูปแบบและมีประสิทธิผล รวมทั้งเร่งจัดทำ ประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (COC) ที่มีสาระสำคัญ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศโดยเร็ว เพื่อให้ทะเลจีนใต้เป็นทะเลแห่งสันติภาพ ทะเลแห่งมิตรภาพ และทะเลแห่งความร่วมมือ

12. ในฐานะประธานร่วมของความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้างในปัจจุบัน จีนและไทยจะทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอื่นอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันการจัดประชุมผู้นำความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้างโดยเร็ว ทั้งสองฝ่ายจะกระชับความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจข้ามพรมแดน นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนร่วมกันรับมือกับมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน ปัญหาสิ่งแวดล้อม และอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจลุ่มน้ำล้านช้าง–แม่โขง ผลักดัน "ความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง 2.0" และสร้างประชาคมประเทศลุ่มน้ำล้านช้าง–แม่โขงที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง

13. ในระหว่างการเยือน ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การค้า การเกษตร ศุลกากร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์ การบินและอวกาศ ทรัพย์สินทางปัญญา การต่อต้านการฟอกเงิน และสื่อมวลชน

14. นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลจีนสำหรับการต้อนรับคณะผู้แทนไทยอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งได้เชื้อเชิญผู้นำจีนเดินทางเยือนราชอาณาจักรไทยในโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายเห็นสมควรและสะดวกต่อไป

 

Suggest To A Friend:   
Print