รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน-ลาว-เมียนมา-ไทย จัดการหารืออย่างไม่เป็นทางการ
2025-08-17 00:02

วันที่ 15 สิงหาคม 2025 จีน ลาว เมียนมา และไทย ได้จัดการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ณ เมืองอานหนิง มณฑลยูนนาน โดยมีผู้เข้าร่วม ได้แก่ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายทองสะหวัน พมวิหาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาว นายตาน ส่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา และนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย
นายหวัง อี้ กล่าวว่า จีน ลาว และไทย เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดของเมียนมา เข้าใจสภาพความเป็นจริงอันเป็นเอกลักษณ์ของเมียนมามากกว่า และยิ่งมีความคาดหวังที่จะเห็นเมียนมากลับคืนสู่ความมั่นคง บรรลุการปรองดองแห่งชาติ จัดการเลือกตั้งที่เปิดเผยและเป็นธรรม และเดินบนเส้นทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศและได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ตั้งแต่การหารือสี่ฝ่ายครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว สถานการณ์ในเมียนมาโดยรวมมีแนวโน้มมั่นคงขึ้น โดยเมียนมากำลังมุ่งเน้นการฟื้นฟูหลังเหตุแผ่นดินไหว และรักษาอธิปไตย ความเป็นเอกราช และเสถียรภาพของประเทศ จีนเห็นว่าจำเป็นต้องยึดหลัก “นำโดยคนเมียนมา เป็นของคนเมียนมา” สนับสนุนการตัดสินใจของประชาชนเมียนมา และแก้ไขความเห็นต่างกันผ่านการเจรจาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ควรยึดหลัก “อาเซียนเป็นกลไกหลักในการไกล่เกลี่ย และประเทศเพื่อนบ้านเป็นแรงสนับสนุน” โดยใช้อาเซียนเป็นช่องทางหลัก ควบคู่กับกลไก เช่น การหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน-ลาว-เมียนมา-ไทย และการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศเพื่อนบ้านเมียนมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมกันนี้ยังควรยึดหลัก “ประชาชนมาก่อน การพัฒนาเป็นหัวใจ” สนับสนุนเมียนมาในการยกระดับคุณภาพชีวิต ฟื้นฟูประเทศหลังภัยพิบัติ และส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ที่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชน อีกทั้งต้องระมัดระวังการแทรกแซงที่ไม่เหมาะสมจากภายนอก ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคสับสนปั่นป่วน
ฝ่ายเมียนมาได้รายงานสถานการณ์ภายในประเทศและความคืบหน้าในการเตรียมการเลือกตั้ง โดยระบุว่า นับตั้งแต่การหารือครั้งก่อน สถานการณ์โดยรวมได้ผ่อนคลายและกลับคืนสู่ความมั่นคง พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณต่อจีน ลาว และไทย ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร ที่ได้ให้การสนับสนุนและความช่วยเหลือเมียนมาในการเผชิญความท้าทาย เมียนมามุ่งมั่นที่จะผลักดันกระบวนการสันติภาพและการปรองดองภายในประเทศผ่านการเจรจาทางการเมือง และกำลังเร่งเตรียมการเลือกตั้งที่เปิดเผยและโปร่งใสภายในสิ้นปีนี้ เพื่อส่งคืนอำนาจให้แก่ประชาชน
ฝ่ายลาวย้ำว่า สนับสนุนกระบวนการทางการเมืองภายในของเมียนมาที่ “นำโดยคนเมียนมา และเป็นของคนเมียนมา” รวมทั้งสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งในเมียนมา เพื่อบรรลุสันติภาพ เสถียรภาพ และการปรองดองแห่งชาติ
ฝ่ายไทยระบุว่า ปัญหาเมียนมาเป็นกิจการภายในของเมียนมา ประชาคมระหว่างประเทศควรเคารพการตัดสินใจของประชาชนชาวเมียนมา การเลือกตั้งถือเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ไทยยินดีที่จะร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ ภายใต้หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือให้เมียนมาสามารถดำเนินการเลือกตั้งได้อย่างราบรื่น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทั้งสี่ฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยนายหวัง อี้ ชี้ว่า การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเกี่ยวพันโดยตรงกับความปลอดภัยและความสงบสุขของประชาชน เป็นภารกิจที่ทั้งสี่ประเทศให้ความสำคัญร่วมกันและจำเป็นต้องผนึกกำลังร่วมกันในการรับมือ เขากล่าวว่า ตั้งแต่การหารือครั้งก่อน ทั้งสี่ฝ่ายได้ร่วมมือกันเสริมสร้างการควบคุมชายแดน และประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคยังคงไม่น่าไว้วางใจ จำเป็นต้องเดินหน้าความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง โดยมี 4 แนวทางหลัก ได้แก่ 1) เสริมสร้างแนวคิดและกลไก ปฏิบัติตามข้อริเริ่มด้านความมั่นคงระดับโลก 2) เพิ่มความเข้มแข็งของปฏิบัติการร่วมและการควบคุมชายแดน ปิดกั้นช่องทางเคลื่อนไหวของกลุ่มอาชญากร 3) ยกระดับขีดความสามารถและความร่วมมือด้านตุลาการ พร้อมส่งเสริมการให้ความรู้และการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย 4) ส่งเสริมการพัฒนาเชิงโครงสร้างและการบริหารจัดการสังคม บูรณาการความมั่นคงกับการพัฒนา ปรับปรุงเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และกำจัดปัจจัยเอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมผิดกฎหมายและธุรกิจสีเทา
ทั้งสี่ฝ่ายเห็นพ้องที่จะเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติต่างๆ รวมทั้ง การพนันออนไลน์และการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม การค้ายาเสพติดและอาวุธ ตลอดจนการค้ามนุษย์ เพื่อร่วมกันธำรงสันติภาพและความสงบสุขของภูมิภาค
