Home > ข่าวสารประเทศจีน
แถลงการณ์ร่วมของการประชุมกลุ่มมิตรประเทศด้านธรรมาภิบาลโลก
2026-06-01 18:06

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 การประชุมกลุ่มมิตรประเทศด้านธรรมาภิบาลโลกจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนครนิวยอร์ก โดยมีหัวข้อหลักคือ "การปฏิรูปและปรับปรุงธรรมาภิบาลโลกเพื่อร่วมกันแก้ไขความท้าทายระดับโลก" นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมและกล่าวสุนทรพจน์ มีผู้แทนจากกว่า 60 ประเทศเข้าร่วม รวมถึงนาย อิสฮัก ดาร์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถาน นายราชิด เมเรดอฟ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเติร์กเมนิสถาน นายโรดริเกซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของคิวบา นายคูรูบาเยฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของคีร์กีซ นายมูร์วิรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของซิมบับเว นายอัชเคบาเยฟ รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนแรกของคาซัคสถาน และนายกาน ปาริด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ  ของประเทศกัมพูชา 

สมาชิกกลุ่มมิตรประเทศด้านธรรมาภิบาลโลกเห็นพ้องต้องกันว่า ปัจจุบันโลกกำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งความปั่นป่วนและการเปลี่ยนแปลง และองค์การสหประชาชาติและระบบพหุภาคีกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้น โดยการขาดดุลของการธรรมาภิบาลโลกกำลังขยายวงกว้างขึ้น ทุกฝ่ายต่างยินดีกับความริเริ่มธรรมาภิบาลโลกที่เสนอโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน และหลักการสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ การยึดมั่นในความเสมอภาคทางอธิปไตย การปฏิบัติตามหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ ยึดมั่นและดำเนินแนวทางพหุภาคีนิยม การส่งเสริมแนวทางที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง และการปฏิบัติได้จริง พวกเขาชื่นชมว่าความริเริ่มธรรมาภิบาลโลกนั้นสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งมุ่งปกป้องและปฏิบัติระบบพหุภาคี และเสริมสร้างบทบาทสำคัญของสหประชาชาติในกิจการระหว่างประเทศ

สมาชิกกลุ่มฯยืนยันถึงความพยายามของกลุ่มในประเด็นธรรมาภิบาลโลกนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกลุ่ม และได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับวิธีการปฏิรูปและปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลโลก จนบรรลุฉันทามติในวงกว้าง เพื่อร่วมกันแก้ไขความท้าทายระดับโลก สมาชิกกลุ่มเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศดำเนินการดังต่อไปนี้

— ยึดมั่นในความชอบธรรมและอำนาจหน้าที่ของสหประชาชาติ ตระหนักว่าสหประชาชาติเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญจากชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่สอง และยืนยันถึงคุณูปการที่ไม่อาจทดแทนได้และสำคัญยิ่งตลอด 80 ปีที่ผ่านมาในการรักษาสันติภาพโลก ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน และปกป้องและพัฒนาสิทธิมนุษยชน สนับสนุนระบบระหว่างประเทศอย่างมั่นคง โดยมีสหประชาชาติเป็นแกนหลัก เน้นย้ำว่าบทบาทของสหประชาชาติควรได้รับการเสริมสร้างให้แข็งแกร่งขึ้น ไม่ใช่ถูกทำให้อ่อนแอลง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรถูกกระทำการฝ่ายเดียวหรือถูกนำไปใช้ในทางการเมืองหรือเลือกปฏิบัติ

—การยึดมั่นในหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ จะยึดมั่นในระบบพหุภาคีบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ พัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรและความร่วมมือระหว่างประเทศ และปกป้องบรรทัดฐานพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศบนพื้นฐานของวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งรวมถึงการเคารพในความเสมอภาคทางอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และเอกราชทางการเมืองของรัฐ การไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น การห้ามใช้กำลังหรือการข่มขู่ว่าจะใช้กำลังในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี เราเน้นย้ำว่าความเป็นกลาง การเจรจา และมาตรการสร้างความไว้วางใจมีส่วนช่วยในการรักษาสันติภาพและความมั่นคง

—เสริมสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและความร่วมมือ ปฏิบัติระบบพหุภาคีอย่างแท้จริง ฟื้นฟูความไว้วางใจซึ่งกันและกันทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ยกระดับการเจรจาและการปรึกหารือ พัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ กระชับความร่วมมือระหว่างสหประชาชาติและองค์กรระดับภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง และร่วมกันแก้ไขปัญหาความท้าทายระดับโลกที่เร่งด่วนและกำลังเกิดขึ้น เช่น สันติภาพและความมั่นคง การพัฒนาอย่างยั่งยืน การกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ และผลกระทบเชิงลบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งเน้นแนวทางที่เน้นการปฏิบัติได้จริง สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของธรรมาภิบาลโลก และตอบสนองความคาดหวังของผู้คนทั่วโลก

—ปรับปรุงธรรมาภิบาลโลก ส่งเสริมให้สหประชาชาติปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ระหว่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น เสริมสร้างเสียงและการเป็นตัวแทนของประเทศในซีกโลกใต้ผ่านการปฏิรูปโครงสร้างธรรมาภิบาลโลก รวมถึงสถาบันการเงินระหว่างประเทศ สร้างสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศและความร่วมมือระดับโลกที่เอื้อต่อการพัฒนา สะท้อนความต้องการที่ชอบธรรมของประเทศกำลังพัฒนาได้ดียิ่งขึ้น และสนับสนุนสหประชาชาติในการปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลผ่านการปฏิรูป เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐสมาชิกได้อย่างดียิ่งขึ้น เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศแก้ไขปัญหา ความท้าทาย ข้อจำกัด และความต้องการที่ประเทศกำลังพัฒนาเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่อยู่ในสถานการณ์พิเศษ ประเทศในแอฟริกา ประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด ประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล และรัฐเกาะขนาดเล็กที่กำลังพัฒนา รวมถึงผลกระทบจากมาตรการบังคับฝ่ายเดียวที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ

สมาชิกกลุ่มฯเห็นพ้องกันว่า ทุกฝ่ายควรให้คุณค่าแก่มิตรภาพและความยุติธรรม มุ่งมั่นพัฒนาตนเองไปพร้อมกับการช่วยเหลือผู้อื่น เชื่อมโยงอนาคตและโชคชะตาของตนเองกับผู้คนในทุกประเทศอย่างใกล้ชิด เสริมสร้างความสามัคคีและความร่วมมือ และขยายความร่วมมือให้กว้างขวางยิ่งขึ้น นอกจากนี้ พวกเขายังเห็นพ้องต้องกันที่จะยึดมั่นในหลักการไปพร้อมกับการแสวงหานวัตกรรม และเปิดกว้างและยอมรับความแตกต่าง เสริมสร้างการพูดคุยและการประสานงานในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลระดับโลก และปรับปรุงกลไกของกลุ่มฯอย่างต่อเนื่อง

สมาชิกกลุ่มฯ ขอบคุณจีนสำหรับความพยายามในการเป็นเจ้าภาพการประชุม และหวังว่าจะเสริมสร้างความสามัคคีและความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการสร้างระบบธรรมาภิบาลโลกที่ยุติธรรมและเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น และสร้างอนาคตร่วมกันแห่งสันติภาพ ความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง และความก้าวหน้า


Suggest To A Friend:   
Print